เลือกปูนซีเมนต์อย่างไรให้เหมาะกับงานก่อสร้าง
ปูนซีเมนต์เป็นวัสดุที่ราคาต่อถุงต่างกันไม่มาก แต่การเลือกผิดประเภททำให้ต้องรื้อทำใหม่ ซึ่งมีต้นทุนมากกว่าส่วนต่างราคาปูนหลายสิบเท่า และบางกรณีมองไม่เห็นจนกว่าโครงสร้างจะรับน้ำหนักจริง
บทความนี้สรุปว่าปูนแต่ละประเภทใช้กับงานอะไร คำนวณปริมาณอย่างไร และข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดหน้างาน เรียบเรียงจากคำถามที่ลูกค้าถามเข้ามาบ่อยที่สุด
ปูนซีเมนต์ที่ใช้บ่อยในงานก่อสร้างไทย มี 4 ประเภท
ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 ตามมาตรฐาน มอก. 15 ให้กำลังอัดสูงที่สุดในกลุ่ม ใช้กับงานโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักตามที่วิศวกรคำนวณไว้
ปูนซีเมนต์ผสม ตามมาตรฐาน มอก. 80 เติมวัสดุผสมเพิ่มเพื่อให้เนื้อปูนลื่นและทำงานง่ายขึ้น ใช้กับงานทั่วไปที่ไม่ต้องรับกำลัง ราคาต่อถุงต่ำกว่าปูนโครงสร้าง
ปูนก่อสำเร็จรูป ผสมทรายและสารเพิ่มแรงยึดเกาะมาจากโรงงานแล้ว หน้างานเติมเฉพาะน้ำ ช่วยลดปัญหาอัตราส่วนผสมคลาดเคลื่อนจากการตวงเอง
ปูนฉาบสำเร็จรูป คล้ายปูนก่อแต่คัดทรายละเอียดกว่า เพื่อให้ผิวฉาบเรียบและลดรอยแตกลายงา
เลือกตามประเภทงาน
งานเสา คาน พื้น และฐานราก ใช้ปูนปอร์ตแลนด์ประเภท 1 เท่านั้น เพราะกำลังอัดต้องเป็นไปตามที่ระบุในแบบ
งานก่ออิฐมอญและอิฐบล็อก ใช้ปูนก่อสำเร็จรูป หรือปูนผสมที่ผสมทรายตามสัดส่วน
งานก่ออิฐมวลเบา ต้องใช้ปูนก่อมวลเบาโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นคนละตัวกับปูนก่อทั่วไป เพราะก่อแนวบางเพียง 2 ถึง 3 มิลลิเมตร และมีสารอุ้มน้ำไม่ให้ก้อนดูดน้ำจากปูนเร็วเกินไป
งานฉาบผนัง ใช้ปูนฉาบสำเร็จรูป ให้ผิวเรียบและเก็บงานง่ายกว่าการผสมเอง
งานเทพื้นทั่วไปที่ไม่รับน้ำหนัก เช่น ทางเดินและลานซักล้าง ใช้ปูนผสมได้
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดหน้างาน
ใช้ปูนผสมแทนปูนโครงสร้าง เป็นความผิดพลาดที่อันตรายที่สุด เพราะกำลังอัดต่ำกว่าที่แบบกำหนด และไม่มีอาการให้เห็นจนกว่าโครงสร้างจะรับน้ำหนักจริง
ใช้ปูนก่อทั่วไปกับอิฐมวลเบา ทำให้แนวก่อยึดเกาะไม่พอ ผนังจะแตกร้าวตามแนวภายในไม่กี่เดือน
ผสมน้ำมากเกินสัดส่วนเพื่อให้เทง่าย น้ำส่วนเกินจะระเหยออกและทิ้งโพรงไว้ในเนื้อคอนกรีต ทำให้กำลังอัดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ใช้ปูนที่เก็บไว้นานเกิน 3 เดือน แม้ถุงจะยังไม่ฉีกขาด ปูนก็ดูดความชื้นจากอากาศและสูญเสียกำลังไปแล้ว
คำนวณปริมาณก่อนสั่ง
งานก่ออิฐมอญ ใช้ปูนก่อสำเร็จรูปประมาณ 1 ถุงต่อการก่อ 2 ถึง 3 ตารางเมตร ขึ้นอยู่กับความหนาของแนวปูน
งานก่ออิฐมวลเบา ใช้ปูนก่อมวลเบาประมาณ 1 ถุงต่อ 8 ถึง 10 ตารางเมตร เพราะแนวก่อบางกว่ามาก
งานฉาบ ใช้ปูนฉาบประมาณ 1 ถุงต่อ 1.5 ถึง 2 ตารางเมตร ที่ความหนา 1.5 เซนติเมตร
เผื่อเพิ่มอีก 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับเศษและการสูญเสียหน้างาน ตัวเลขเหล่านี้ใช้สำหรับตั้งงบและสั่งของ ปริมาณจริงขึ้นอยู่กับฝีมือช่างและสภาพหน้างาน
เก็บปูนหน้างานให้ถูกวิธี
วางบนไม้รองหรือพาเลทให้สูงจากพื้นอย่างน้อย 10 เซนติเมตร เพื่อกันความชื้นที่ขึ้นจากพื้น
วางซ้อนไม่เกิน 10 ถุงต่อกอง ถุงล่างที่ถูกอัดไว้นานจะจับตัวเป็นก้อน
คลุมผ้าใบถ้าเก็บในที่ไม่มีหลังคา และใช้ปูนตามลำดับที่รับเข้ามาก่อนเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
- ปูนก่อกับปูนฉาบใช้แทนกันได้ไหม
- ไม่ควร ปูนฉาบคัดทรายละเอียดกว่าเพื่อให้ผิวเรียบ ส่วนปูนก่อเน้นแรงยึดเกาะ การนำปูนก่อไปฉาบจะได้ผิวสากและเก็บงานยาก ส่วนการนำปูนฉาบไปก่อจะได้แรงยึดเกาะต่ำกว่าที่ควร
- ปูน 1 ถุงก่ออิฐมวลเบาได้กี่ตารางเมตร
- ปูนก่อมวลเบา 1 ถุงก่อได้ประมาณ 8 ถึง 10 ตารางเมตร เพราะแนวก่อหนาเพียง 2 ถึง 3 มิลลิเมตร ต่างจากอิฐมอญที่ก่อแนวหนา 1 ถึง 1.5 เซนติเมตร จึงใช้ปูนมากกว่าหลายเท่าที่พื้นที่เท่ากัน
- ปูนถุงที่เปิดแล้วใช้ไม่หมด เก็บต่อได้ไหม
- เก็บได้ถ้ามัดปากถุงให้แน่นและวางในที่แห้ง แต่ควรใช้ให้หมดภายในไม่กี่วัน เพราะปูนที่เปิดถุงแล้วดูดความชื้นเร็วกว่าถุงที่ยังปิดสนิทมาก ถ้าบีบแล้วจับตัวเป็นก้อนแข็ง ไม่ควรนำไปใช้กับงานโครงสร้าง
- สั่งปูนแล้วจัดส่งถึงหน้างานได้ไหม
- ได้ ทางบริษัทจัดส่งถึงหน้างานในพื้นที่จอมทอง พระราม 2 บางขุนเทียน บางบอน และพื้นที่ใกล้เคียง สั่งเต็มคันรถจัดส่งได้ทั่วประเทศ แจ้งประเภทปูน จำนวนถุง และสถานที่หน้างาน เพื่อขอใบเสนอราคาและกำหนดส่ง
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
สอบถามราคาและสั่งซื้อ
แจ้งรายการ ปริมาณ และสถานที่จัดส่ง ทางบริษัทจะเสนอราคาและกำหนดส่งกลับให้ เวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 07:30–17:00 น.